นายกรัฐมนตรี ระบุ การเพิ่มวงเงินประมูลมือถือ 3 จี ต้องประเมินมูลค่าของใบอนุญาต ชี้ ต้องเร่งเปิดใช้บริการ หวั่น ล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน...
วันที่ 10 ก.ค. 2553 ที่ห้องรับรองสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการเปิดประมูลโครงการโทรศัพท์ระบบ 3 จี ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในการดำเนินการ แต่เคยให้ความเห็นไปว่า อยากจะให้การประมูลในที่สุดแล้วประโยชน์จะต้องเกิดกับประชาชน หมายถึงว่า ควรที่จะได้รับบริการอย่างทั่วถึง ราคาไม่แพง จะต้องดูแลให้การแข่งขันในธุรกิจนี้สามารถที่จะเป็นไปได้อย่างเป็นธรรม
“ประเด็นที่มาพันกับทางกระทรวงการคลัง หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือมีบริษัทที่ประกอบกิจการอยู่ หรือ รับสัมปทานอยู่ เขาอาจจะถ่ายโอนลูกค้าระหว่างบริการนี้ไปยังระบบ 3 จี หากเขาเป็นผู้ที่ประมูลได้ กระทรวงการคลังเองมีแนวคิดที่ในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาสัญญาสัมปทานต่าง ๆ อยู่ก็คงอยากจะให้มันสอดคล้องกันแต่ทั้งหมดเป็นอำนาจของ กทช.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ต่อข้อถามว่า มีการเสนอให้มีการเพิ่มวงเงินในการประมูลโครงการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ ต้องมีการมาประเมินมูลค่าของใบอนุญาตหากมีการประมูล และ ความไม่ชัดเจนในเรื่องการประมูลหรือการเปิดโครงการนี้ ทำให้ประเทศไทยล่าช้ากว่า ประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องการเปิดใช้โทรศัพท์ระบบ 3 จี แต่เราเองก็ไม่อยากที่จะให้ช้า และทาง กทช. ก็ต้องสร้างความมั่นใจว่า ถ้าจะเดินหน้าประมูลแล้วประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นจริงกับประชาชน
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ควรจะเปิดโอกาสให้กับบริษัทเอกชนรายใหม่ ได้มีโอกาสในการเข้ามาประมูลโครงการบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าหลักก็คือถ้าสามารถส่งเสริมให้มีการแข่งขันได้จะยิ่งดีเพราะถ้าส่งเสริมมาก น่าจะเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากขึ้น
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
นายกฯจ่อเพิ่มวงเงินประมูลฮัลโหล3จี
วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553
จดหมายเปิดผนึกถึงกทช. เรื่องความเห็นต่อการออกใบอนุญาตบริการ 3G
เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมาทางกทช. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่างหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ไปแล้ว ในตอนนั้นผมได้ร่างความเห็นและประเด็นที่ผมกังวลให้ mk และคนในกลุ่มบางคนไป แต่เนื่องจากงานในวันนั้นคนเยอะมาก mk ซึ่งไปร่วมงานจึงไม่ได้ขึ้นพูด แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะทางกทช. เปิดให้เราส่งอีเมลเข้าไปได้
บทความนี้จึงเป็นประเด็นต่างๆ ที่ผมกังวลถึงหลักเกณฑ์ในประเด็นต่างๆ ที่อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ โดยมี 2 ประเด็นคือการใช้งาน Femtocell และเกณฑ์การควบคุมคุณภาพบริการ
Femtocell
ขณะที่ร่างฉบับนี้สนับสนุนการแข่งขันค่อนข้างดีในหลักการ เช่นการสนับสนุนการแบ่งปันเครือข่าย และการทำ MVNO อย่างไรก็ตามมีประเด็นเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้วนั่นคือ Femtocell
Femtocell (Femto Forum) เป็นเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความครอบคลุมของสัญญาณที่ยังคงมีปัญหาจนทุกวันนี้แม้ในประเทศที่มีการติดตั้งเครือข่าย 3G ไปนานแล้วอย่างออสเตรเลีย โดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถตั้งเสาบริการ 3G ขนาดเล็กกำลังส่งมักไม่เกิน 20mW และรองรับเครื่องลูกข่ายได้เพียง 2-16 เครื่อง โดยเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการผ่านทางเครือข่ายมีสายเช่น ADSL และเนื่องจากผู้ใช้ต้องติดตั้งเครือข่ายเอง ผู้ให้บริการมักตอบแทนด้วยค่าโทรที่ถูกลง เช่น AT&T นั้นเปิดให้ผู้เปิดบริการ AT&T 3G Microcell สามารถโทรจากเสาในบ้านของตนได้ไม่จำกัด
บริการจาก Femtocell นั้นทำให้เกิดการติดตั้งที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการติดตั้งไปยังบ้านหรือตำแหน่งของผู้ใช้งานโดยตรง
ข้อสังเกต
ดูเหมือนร่างหลักเกณฑ์ของกทช. ฉบับนี้ไม่ได้ตระหนักถึงบริการเช่นนี้นัก โดยไม่มีความชัดเจนว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะสามารถอนุญาตให้ผู้ใช้งานรายย่อยติดตั้งเสาสัญญาณในบ้านหรือในบริษัทได้หรือไม่ หรือหากทำได้ จะติดกฏเกณฑ์ในเรื่องของการทำ Roaming และ MVNO ไปด้วยทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการเปิดบริการนี้จนอาจจะทำไม่ได้ในทางปฎิบัติ
ข้อเสนอแนะ
กทช. ควรเปิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้อนุญาตแก่ผู้ใช้บริการรายย่อย อนุญาตให้มีการคิดค่าบริการเป็นกรณีพิเศษเพื่อเป็นการต่างตอบแทนให้กับผู้ใช้ รวมถึงการทำให้เกิดความชัดเจนในการแบ่งปันเครือข่ายเพื่อให้ไม่เป็นการปิดกั้นบริการเช่นนี้ และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
การรับประกันความเร็ว
ร่างหลักเกณฑ์นี้มีการกำหนดคุณภาพการบริการไว้ว่า "ผู้รับใบอนุญาตจะต้องรองรับอัตราการส่งข้อมูลด้าน downlink (ความเร็วในการส่งข้อมูลผ่านอากาศจากสถานีฐานไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ) ได้ไม่น้อยกว่า 700kbps"
ข้อสังเกต
เกณฑ์นี้มีข้อน่าสังเกต 3 ประการ
- ไม่มีการกำหนดความหน่วง (latency) ของข้อมูล
- ไม่มีการกำหนดความเร็วขาขึ้น (Uplink)
- ไม่เปิดกว้างให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้บริการที่ความเร็วที่ต่ำกว่ากำหนด หากมีการตกลงไว้ล่วงหน้า
โดยทั่วไปแล้วเมื่อเราพูดถึงบริการ 3G เรามักพูดถึงบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ข้อกำหนดความเร็วฝั่ง downlink แต่เพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะให้ความสนใจต่อบริการดั้งเดิมเช่น HTTP, FTP ฯลฯ มากกว่าบริการใหม่ๆ
ขณะที่บริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับ 3G นั้นมักเป็นบริการที่ต้องการการรับประกันความหน่วง เช่น VoIP (Skype, Google Talk, SIP), หรือกระทั่ง Twitter, Instant Messaging ต่างๆ และอีกหลายบริการที่ต้องการความเร็วในการอัพโหลดที่สูงเช่น บริการถ่ายทอดสด (Qik, Twitvid, YouTube) การร่างโดยไม่กำหนดความเร็วทั้งสองรูปแบบเอาไว้เป็นการเปิดช่องให้ผู้บริการสามารถปิดกั้นบริการเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ เช่นบริการ VoIP นั้นโดยทั่วไปยอมรับความหน่วงได้ไม่เกิน 250ms ในทางปฎิบัติแล้วบริการ 3G ในไทยตอนนี้จาก TOT ก็มีความหน่วงอยู่ที่ 100-180ms เท่านั้น
อีกประเด็นหนึ่งคือการไม่เปิดให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการที่ความเร็วต่ำๆ ได้ อาจจะเป็นปัญหาที่ตกถึงตัวผู้ใช้เอง บริการเช่น TOT 3G ทุกวันนี้ไม่มีแพ็กเกจการใช้งานแบบไม่จำกัด และมีค่าใช้จ่ายต่อ MB ค่อนข้างสูง เป็นข้อจำกัดต่อบริการที่ต้องการการออนไลน์ตลอดเวลา ขณะที่บริการเหล่านี้มีจำนวนมากที่ไม่ต้องการความเร็วสูงนัก เช่นอีเมล, Instant Messaging, Social Network (Facebook), Microblogging (Twitter) ฯลฯ ผู้ให้บริการสามารถที่จะให้บริการความเร็วต่ำแต่เก็บค่าบริการต่ำมาก เช่น Sonera ในฟินแลนด์ที่เก็บค่าบริการการใช้งานแบบไม่จำกัดเพียง 4 ยูโรต่อเดือน (160 บาท) แต่ให้ความเร็วเต็มที่เพียง 40MB แรก แต่หลังจากนั้นจะจำกัดความเร็วเหลือ 64kbps การเปิดกว้างเช่นนี้ทำให้คนมีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงบริการข้อมูลในค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากได้
ข้อเสนอแนะ
ควรเปลี่ยนความเร็วในร่างหลักเกณฑ์นี้เป็นความเร็วเพื่อใช้วัดพื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุมแล้วเท่านั้น และเปิดให้ผู้ให้บริการสามารถทำความตกลงกับผู้ใช้บริการถึงความเร็ว และเงื่อนไขของการใช้บริการได้ ตามเวลาและสภาวะการใช้งานที่เปลี่ยนไป
มือถือ Android ราคาถูกจะบุกตลาดเอเชียในเร็ววัน
Andy Rubin "บิดาแห่ง Android" ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร BusinessWeek
- กูเกิลกำลังทำงานร่วมกับ LG และ Huawei ในการส่ง "มือถือ Android ราคาถูก" ทำตลาดเอเชียและยุโรป โดยมีเป้าหมายคือแย่งส่วนแบ่งตลาดมาจากโนเกีย ซึ่งเป็นเจ้าแห่งตลาดล่างมานาน
- ผู้ผลิตมือถือรายเล็กอย่าง MediaTek ของไต้หวัน จะวางขายมือถือ Android ราคา 70 ดอลลาร์ (2,200 บาท เป็นราคาที่ส่งให้โอเปอเรเตอร์)
- ตอนงาน Google I/O เดือนพฤษภาคม กูเกิลบอกว่ามีคนเปิดใช้ Android ใหม่วันละ 100,000 ราย ตอนนี้ตัวเลขเพิ่มเป็น 160,000 รายในเดือนมิถุยายน
- กูเกิลจะเพิ่มช่องทางทำเงินอื่นๆ ให้นักพัฒนา เช่น การซื้อของภายในโปรแกรม (ตัวอย่างคือไอเทมในเกม) หรือการสมัครสมาชิก (กรณีของนิตยสาร) อันนี้คงตามแนวทางของ App Store ของแอปเปิล
ที่มา - BusinessWeek blognone
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553
โตชิบาสร้างมาตรฐาน SDHC+Wi-Fi, อาจจะหมดยุคของ Eye-Fi
ทุกวันนี้หากเราต้องการส่งภาพในกล้องออกไปยังเว็บต่างๆ โดยไม่ต้องเสียบสาย ทางเลือกเดียวของเราคือการ Eye-Fi ที่สามารถตัั้งค่าปลายทางของเว็บที่เราต้องการอัพโหลดภาพ แล้วตัวการ์ดจะอัพโหลดให้เองเมื่อต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่ทางโตชิบาร่วมกับ Trek 2000 ก็ได้ประกาศความพยายามที่จะสร้างมาตรฐานของการ์ดแบบเดียวกันนี้แล้ว
ทางโตชิบาตั้งชื่อกลุ่มมาตรฐานนี้ว่า "Standard Promotion Forum for Memory Cards Embedding Wireless LAN" โดยเชิญชวนผู้ผลิตหลายๆ รายเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้ผลิตและผู้สนใจ โดยเฉพาะผู้ผลิตกล้อง
ตัวการ์ดที่ทาง โตชิบาและ Trek วางไว้นั้นจะมีหน่วยความจำ 8GB และการ์ด 802.11/b/g ในตัว มันจะสามารถส่งข้อมูลขึ้นเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนด หรือส่งไปมาระหว่างกล้องได้
ที่โตชิบาออกมาลุยเทคโนโลยีนี้อาจจะเป็นเพราะ Eye-Fi เริ่มดึงความสนใจผู้ผลิตกล้องได้ในช่วงหลัง โดยแคนนอนเองเริ่มผลิตกล้องที่มีเมนูสำหรับ Eye-Fi โดยเฉพาะทำให้สามารถเข้าควบคุมการ์ดได้โดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ เช่นกล้อง EOS 550D
ตัวการ์ดไม่แน่ใจว่าจะออกมาเมื่อใหร่ หรือราคาเท่าใหร่ แต่อย่างน้อยให้มันหาซื้อในเมืองไทยง่ายๆ ผมก็พอใจแล้ว
ที่มา - Engadget blognone
ต่อไป VoIP จะอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมื่อ Skype เปิด SkypeKit SDK
Skype บริการ VoIP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เปิดตัว SDK สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Skype ซึ่งจะส่งผลให้อุปกรณ์หรือโปรแกรมใดๆ สามารถคุย Skype ได้ด้วยแรงของนักพัฒนาภายนอก
ในอดีตที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของ Skype คือเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ที่คุย Skype ให้ได้มากที่สุด เราเลยเห็น Skype เวอร์ชันต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะบนมือถือหรือเครื่องเล่นเกม แต่ท่าทาง Skype จะยังไม่พอใจเลยต้องเปิด SkypeKit เป็น SDK ให้นักพัฒนาอื่นๆ ใช้อีกต่อหนึ่ง
ตอนนี้ SkypeKit มีให้ดาวน์โหลดแล้วบนลินุกซ์ (เราจะได้เห็นโปรแกรมตระกูล IM อย่าง Pidgin ที่คุย Skype ได้เสียที?) ส่วนเวอร์ชันวินโดวส์และแมคจะตามมาในอีกไม่ช้า
ในโลกของ VoIP มีคู่แข่งอีกไม่น้อย ทั้งพวกที่ใช้ SIP เพียวๆ หรือคู่แข่งอย่าง Google Talk, FaceTime แต่ Skype มีจุดแข็งที่ฐานผู้ใช้กว่า 500 ล้านราย (พูดง่ายๆ ว่ามีโอกาสที่จะคุย Skype ได้มากกว่าคุย FaceTime มาก)
ที่มา - Skype Blog, TechCrunch blognone
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553
สงครามบริการ Cloud Gaming กำลังจะเกิดขึ้น
มาแรงจริง ๆ ครับ สำหรับเทคโนโลยี Cloud Computing วงการเกมส์ก็ได้นำเอาเทคโนยีนี้มาใช้กับเค้าเหมือนกัน ผมเลยรวบรวมจับมาเขียนกันสด ๆ เลย โดยเริ่มต้นจาก 2 ผู้บุกเบิกในสงครามนี้ คือ Gaikai กับ Onlive ที่ได้พัฒนาระบบออกมาเสร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผมขอสรุปให้ทุกท่านทราบก่อนครับว่า Cloud Gaming เป็นอย่างไร
Cloud Gaming คือการให้บริการเกมส์และเนื้อหาเกมส์ทุกรูปแบบโดยใช้เทคโนโลยี Cloud Computing โดยตัวระบบเน้นการประมวลผลในเรื่องกราฟิกแทนเครื่องผู้ใช้งานเป็นหลัก ส่วนข้อมูลเชิงเทคนิคยังไม่ถูกเปิดเผย
บริการ Cloud Gaming ที่กำลังจะเปิดตัว ได้แก่
- บริการ Games On-demand ที่ให้เราเลือกเล่นเกมส์ใด ๆ ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือหลาย ๆ คนพร้อมกัน
- บริการ Demo Games ก่อนซื้อ ที่จะทดลองเล่นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ด้วย
- บริการชมการเล่นเกมส์ของผู้เล่นคนอื่น ๆ กันแบบสด ๆ เราสามารถดูใคร ๆ เล่นเกมส์ได้
- เราสามารถบันทึกและเผยแพร่รูปแบบการเล่นเกมส์ของเราได้ด้วย
- บริการเนื้อหาเกมส์ใหม่ ๆ เช่น Trailers
จุดเด่นของ Cloud Gaming ได้แก่
- บริการทั้งหมดข้างต้น ใช้เวลาสตรีมมิ่งประมาณหนึ่งนาทีหรือน้อยกว่า ก็เริ่มเกมส์ได้แล้ว (เค้าโฆษณาว่าแบบนี้)
- ใช้เพียง Web Browser เป็นส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน แต่จะต้องติดตั้ง Plug-in ก่อน เท่าที่ทราบจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง Flash, Java หรือ Silverlight
- ไม่ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งเกมส์ก่อนเล่นแต่อย่างใด นับว่าเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยี Cloud Computing
- ไม่ต้องการ Hardware ระดับสูง โดยเฉพาะ Graphic Card แต่ต้องการ Broadband Internet
- สามารถเชื่อมต่อกับจอ TV ได้ แต่จะต้องใช้ Adapter พิเศษช่วยควบคุม
- คุณภาพของบริการเป็นแบบ Full resolution พร้อมระบบเสียง Stereo และ กระตุกน้อยมาก
- สนับสนุนทั้งบน Windows, Linux และ Mac
ข่าวดีสำหรับใครที่มี iPad ก็สามารถใช้บริการนี้ได้เช่นกัน โดยหนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย Gaikai ได้สาธิตการเล่น World of Warcraft บน iPad ผ่าน Streaming Worlds ของ Gaikai แต่ยังทำเฟรมเรตได้ไม่ดีเท่าไรนัก ค่าบริการคิดเป็นรายเดือนประมาณ $14.95 แรกเริ่มยังคงจำกัดการให้บริการในเฉพาะสหรัฐฯ ทั้งสองค่ายจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน E3 นี้ ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรจะกลับมารายงานให้ทราบต่อครับ
