วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
TrueMove H กับสิ่งน่าสนใจที่ผู้บริหารอยากเล่าให้ฟัง
เปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อย สำหรับ TrueMove H เครือข่ายที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการของ Hutch เดิม พร้อมกับแปลงเครือข่ายให้เป็น 3G HSPA ในความถี่ 850 MHz ที่มีแผนจะไปถึงทั่วประเทศ โดยในงานนี้ มีคุณภุศขัย เจียรวนนท์ บอสใหญ่กลุ่มทรู เป็นผู้มาเล่าถึง โดยมีคุณภุศกิจ วรรธนะประดิษฐ์ จากฝั่งของ Realmove ที่ดูแล TrueMove H เป็นผู้มาเล่าในครั้งนี้ โดยสิ่งที่น่าสนใจมีดังนี้
- TrueMove มีตำแหน่งการตลาดในแง่ของ 2G ส่วน TrueMove H เป็นแบรนด์ที่แสดงตัวชัดว่า 3G เต็มตัว
- ลูกค้า Hutch ในจำนวน 800,000 ราย จะทำการย้ายเข้า TrueMove H ภายในไตรมาสแรกของปี 2012
- การใช้งาน 3G ของฝั่ง TrueMove ที่ CAT ให้ใช้แบบ trial ยังไม่มีกำหนดชัดเจนในการยกเลิกการทดสอบ และจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก CAT
- ความครอบคลุมของสัญญาณ TrueMove H คือทั่วประเทศไทย ครอบคลุมเท่ากับพื้นที่ผู้ให้บริการ 2G เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ณ ตอนนี้
- เป้าหมาย TrueMove H ในช่วงแรก คือการสร้างลูกค้า 1 ล้านราย และในปี 2012 ช่วงสิ้นปี ที่เครือข่ายตั้งครอบคลุมแล้ว หวังไว้ที่ 5 ล้านราย
- TrueMove H มีความจุเครือข่ายที่ 15 MHz มากกว่าของ dtac ที่มี 10 MHz ส่วน AIS มี 5 MHz
- การทำเครือข่าย TrueMove H จะเน้นการเข้าไปติดตั้งเสาในตึกให้มากกว่านี้ เพื่อให้คุณภาพใช้งานในเรื่องสัญญาณ ที่เคยจุดอ่อน ได้รับการแก้ไข
- สปีดขั้นต่ำของ TrueMove H ที่พยายามทำไว้ นั้นคือ 2-4 Mbps เพื่อให้การใช้งานลงตัว
- ลูกค้า TrueMove ถ้าอยากใช้ TrueMove H ต้องทำเรื่องย้ายเบอร์มาเท่านั้น
- True Wi-Fi จะมีจุดใช้งานเพิ่มเป็น 100,000 จุด (ในประเทศ) พร้อมกับกำลังทำ Ultra Wi-Fi ความเร็ว 300 Mbps ในช่วงปี 2012 นี้
- สำหรับ Internet true แบบ Fixed Line ในปี 2012 จะขยายให้มีลูกค้าใช้งานถึง 3 ล้านรายให้ได้
- TrueMove H ยังไม่มีบริการ BIS ของ BlackBerry เพราะยังไม่ได้เจรจาเปิดบริการในส่วนนี้
- iPhone 5th Gen หากมาเปิดตัว ทาง TrueMove H จะเป็นเครือข่ายที่เปิดตัวขาย
- ความครอบคลุมของ TrueMove H ในกรุงเทพฯ จะครอบคลุมครบทั้งหมด มากกว่า TrueMove ปัจจุบัน
นี่เป็นแค่เบื้องต้น ที่ทาง TrueMove H ขอเล่าถึงการเปิดตัวในครั้งนี้ ก้าวต่อไปหลังจากนี้ คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องตัดสินกันแล้วว่า คุณภาพใช้งานจริง จะสอบผ่านหรือไม่
วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554
3G ดีแทค 16 ส.ค. ลูกค้าเก่าใช้ได้เลย
นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ (คนกลาง) และเหล่าพนักงงานดีแทค
ดีแทค ลุยเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz ในพื้นที่ให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2554 ยันให้บริการตามสัญญาสัมปทานปัจจุบัน หวังขึ้นเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายดาต้าที่ดีที่สุด ลูกค้าเก่าสามารถใช้งาน 3G ได้ทันทีในเขตกรุงเทพมหานคร เพียงมีอุปกรณ์ที่รองรับ
นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า บริการ dtac 3G คือส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเราในการมอบนวัตกรรมโซลูชันและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
โดยบริการนี้เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าดีแทคปัจจุบันซึ่งสมัครใช้บริการแพกเกจดาต้าอยู่แล้ว โดยไม่มีการเก็บค่าบริการเพิ่มเติม และเชื่อมั่นว่าบริการ 3G บนคลื่น 850 MHz จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้บริโภค อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยและประเทศไทยโดยรวม ทั้งยังเป็นผลดีต่อ กสท โทรคมนาคม เนื่องจากการให้บริการ 3G บนคลื่น 850 MHz นี้ทำอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานปัจจุบัน
"การอัพเกรดบริการ dtac 3G บนคลื่น 850 MHz นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เราเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จะสามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ กสทช. เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น"
นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดีแทค กล่าวว่า การเปิดให้บริการ dtac 3G ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาบริการให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการที่ครอบคลุมต่อไป ลูกค้าดีแทคทุกหมายเลขมีสิทธิ์ใช้บริการ dtac 3G ได้ในพื้นที่ให้บริการของเราในเขตกรุงเทพมหานคร เพียงมีมือถือหรืออุปกรณ์ที่รองรับ 3G บนคลื่น 850 MHz และใช้งานในพื้นที่ให้บริการ
โดยสามารถใช้บริการได้เหมือนการใช้งานดาต้าที่เคยใช้อยู่ด้วยความเร็วสูงและคุณภาพสัญญาณดีกว่าเดิม ไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มจากเดิมแต่อย่างใด ทั้งนี้มั่นใจว่าบริการ dtac 3G มีจุดเด่นในด้านความเร็ว (speed) สูงที่สุดเนื่องจากดีแทคมีช่องสัญญาณแบนด์วิธขนาดใหญ่มากถึง 10 MHz รองรับการใช้งานได้มากกว่า
และระบบของเราออกแบบมาให้สามารถรองรับความเร็วสูงสุดในการดาวน์โหลดข้อมูลถึง 42 Mbps และมีความเร็วในการอัพโหลดข้อมูลระดับเมกะบิตต่อวินาที จากการทดสอบระบบด้วยทีมพนักงานของเราเองและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกในช่วงที่ผ่านมาทำให้เรามั่นใจที่จะให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและคุณภาพของบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป
"dtac 3G คือแคมเปญที่ใหญ่ที่สุดของดีแทคในรอบปี เป็นความรับผิดชอบและความร่วมมือของทุกหน่วยงานในบริษัทรวมทั้งพนักงานทุกคนที่ร่วมใจกันทำงานและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า" นายปกรณ์กล่าว
ปัจจุบัน ดีแทคลงทุนเพื่อปรับปรุงเครือข่ายสู่ระบบ 3G ครอบคลุมสถานีฐาน (Cell Site) ทั้งหมด 1,220 แห่งและมีแผนการที่จะลงทุนเพื่อครอบคลุม 40 จังหวัดด้วยสถานีฐานทั้งหมด 2,000 สถานี ภายในปี 2555 ลูกค้าดีแทคสามารถตรวจสอบพื้นที่บริการ รายละเอียดอื่นๆ รวมทั้งอุปกรณ์หรือมือถือรุ่นที่รองรับ 3G และการตั้งค่ามือถือได้ที่ www.dtac.co.th/3G (เริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมนี้)
ทั้งนี้ ลูกค้าดีแทคปัจจุบันที่ใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด (Unlimited) สามารถใช้ dtac 3G ได้ทันที สำหรับลูกค้าที่ใช้งานแพ็กเกจอื่นๆ สามารถกด *3000# และกดโทรออก (ไม่คิดค่าบริการ เริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม) เพื่อใช้บริการ dtac 3G ได้ ระบบจะอัปเกรดจาก EDGE เป็น 3G อัตโนมัติเมื่อใช้งานในพื้นที่ให้บริการ โดยลูกค้าชำระค่าบริการดาต้าปกติตามแพ็กเกจเดิมที่เลือกไว้ ไม่มีค่าบริการใช้งานเพิ่ม
วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทีโอทีวอน ‘อนุดิษฐ์’ ดัน NGN เสนอครม.
![]()
ทีโอที หวังรมว.ไอซีทีดันโครงการ NGN งบประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท หวังเสริมแกร่งบริการบรอดแบนด์ ส่วน 3G คาดเปิดบริการภายใน พ.ย. นี้แน่นอน
นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่าในการบรรยายสรุปภาพรวมแผนดำเนินงานของทีโอที ให้น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที รับทราบนั้น มีโครงการสำคัญเร่งด่วนที่จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของทีโอทีที่ต้องการให้รมว.ไอซีทีสนับสนุนคือโครงการ NGN (Next Generation Network) หรือโครงข่ายอัจฉริยะงบประมาณ 13,500 ล้านบาท แต่อาจต้องมีการทบทวนแผนการดำเนินและงบประมาณใหม่เพื่อให้การวางโครงข่าย NGN เข้ากับสภาพการแข่งขันในตลาดปัจจุบัน
"โครงการดังกล่าว ต้องการให้กระทรวงไอซีทีนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติต่อไป เพราะโครงการ NGN ผ่านมา 2 รัฐบาลแล้วก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้"
ทั้งนี้ โครงการ NGN จะแยกการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การหาอุปกรณ์ใหม่มาทดแทนระบบเดิมที่มีอยู่และ2.การสร้างโครงข่ายใหม่ให้เป็น NGN โดยจะใช้การติดตั้งอุปกรณ์ MSAN ซึ่งหากครม.อนุมัติให้ดำเนินการได้ภายในสิ้นปี ก็คาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ภายในปี 2555 โดยจะสามารถเพิ่มจำนวนพอร์ตสำหรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) รวมทั้งบริการผ่านเคเบิลใยแก้วหรือ FTTx ได้ด้วย
ส่วนความคืบหน้าโครงการ 3G นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานการใช้โครงข่ายร่วมกับเอไอเอส และบริษัท กสท โทรคมนาคม แต่ยังยืนยันว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือน พ.ย. นี้ในพื้นที่กทม.และ 18 จังหวัดสำคัญ และจะครอบคลุมทั่วประเทศภายในเดือนพ.ค.2555
นายอานนท์กล่าวถึงประมาณการรายได้ปี 2555 ที่ได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยคาดว่ารายได้รวมของทีโอทีจะมีจำนวนกว่า 73,517 ล้านบาท รายจ่าย 66,942 ล้านบาท มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 6,575 ล้านบาท รายได้รวมของทีโอทีจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้ จากการดำเนินธุรกิจของทีโอทีเองราว 35,045 ล้านบาท รายรับจากส่วนแบ่งสัญญาสัมปทาน เอไอเอส จำนวน 17,433 ล้านบาท รายได้จากบริการอื่นๆ รวม 1,231 ล้านบาท แต่หากคิดเป็นรายได้ทางบัญชีเท่ากับ 19,807 ล้านบาท
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
นายกฯจ่อเพิ่มวงเงินประมูลฮัลโหล3จี
นายกรัฐมนตรี ระบุ การเพิ่มวงเงินประมูลมือถือ 3 จี ต้องประเมินมูลค่าของใบอนุญาต ชี้ ต้องเร่งเปิดใช้บริการ หวั่น ล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน...
วันที่ 10 ก.ค. 2553 ที่ห้องรับรองสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการเปิดประมูลโครงการโทรศัพท์ระบบ 3 จี ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในการดำเนินการ แต่เคยให้ความเห็นไปว่า อยากจะให้การประมูลในที่สุดแล้วประโยชน์จะต้องเกิดกับประชาชน หมายถึงว่า ควรที่จะได้รับบริการอย่างทั่วถึง ราคาไม่แพง จะต้องดูแลให้การแข่งขันในธุรกิจนี้สามารถที่จะเป็นไปได้อย่างเป็นธรรม
“ประเด็นที่มาพันกับทางกระทรวงการคลัง หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือมีบริษัทที่ประกอบกิจการอยู่ หรือ รับสัมปทานอยู่ เขาอาจจะถ่ายโอนลูกค้าระหว่างบริการนี้ไปยังระบบ 3 จี หากเขาเป็นผู้ที่ประมูลได้ กระทรวงการคลังเองมีแนวคิดที่ในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาสัญญาสัมปทานต่าง ๆ อยู่ก็คงอยากจะให้มันสอดคล้องกันแต่ทั้งหมดเป็นอำนาจของ กทช.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ต่อข้อถามว่า มีการเสนอให้มีการเพิ่มวงเงินในการประมูลโครงการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ ต้องมีการมาประเมินมูลค่าของใบอนุญาตหากมีการประมูล และ ความไม่ชัดเจนในเรื่องการประมูลหรือการเปิดโครงการนี้ ทำให้ประเทศไทยล่าช้ากว่า ประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องการเปิดใช้โทรศัพท์ระบบ 3 จี แต่เราเองก็ไม่อยากที่จะให้ช้า และทาง กทช. ก็ต้องสร้างความมั่นใจว่า ถ้าจะเดินหน้าประมูลแล้วประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นจริงกับประชาชน
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ควรจะเปิดโอกาสให้กับบริษัทเอกชนรายใหม่ ได้มีโอกาสในการเข้ามาประมูลโครงการบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าหลักก็คือถ้าสามารถส่งเสริมให้มีการแข่งขันได้จะยิ่งดีเพราะถ้าส่งเสริมมาก น่าจะเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากขึ้น
วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553
จดหมายเปิดผนึกถึงกทช. เรื่องความเห็นต่อการออกใบอนุญาตบริการ 3G
เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมาทางกทช. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่างหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ไปแล้ว ในตอนนั้นผมได้ร่างความเห็นและประเด็นที่ผมกังวลให้ mk และคนในกลุ่มบางคนไป แต่เนื่องจากงานในวันนั้นคนเยอะมาก mk ซึ่งไปร่วมงานจึงไม่ได้ขึ้นพูด แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะทางกทช. เปิดให้เราส่งอีเมลเข้าไปได้
บทความนี้จึงเป็นประเด็นต่างๆ ที่ผมกังวลถึงหลักเกณฑ์ในประเด็นต่างๆ ที่อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ โดยมี 2 ประเด็นคือการใช้งาน Femtocell และเกณฑ์การควบคุมคุณภาพบริการ
Femtocell
ขณะที่ร่างฉบับนี้สนับสนุนการแข่งขันค่อนข้างดีในหลักการ เช่นการสนับสนุนการแบ่งปันเครือข่าย และการทำ MVNO อย่างไรก็ตามมีประเด็นเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้วนั่นคือ Femtocell
Femtocell (Femto Forum) เป็นเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความครอบคลุมของสัญญาณที่ยังคงมีปัญหาจนทุกวันนี้แม้ในประเทศที่มีการติดตั้งเครือข่าย 3G ไปนานแล้วอย่างออสเตรเลีย โดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถตั้งเสาบริการ 3G ขนาดเล็กกำลังส่งมักไม่เกิน 20mW และรองรับเครื่องลูกข่ายได้เพียง 2-16 เครื่อง โดยเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการผ่านทางเครือข่ายมีสายเช่น ADSL และเนื่องจากผู้ใช้ต้องติดตั้งเครือข่ายเอง ผู้ให้บริการมักตอบแทนด้วยค่าโทรที่ถูกลง เช่น AT&T นั้นเปิดให้ผู้เปิดบริการ AT&T 3G Microcell สามารถโทรจากเสาในบ้านของตนได้ไม่จำกัด
บริการจาก Femtocell นั้นทำให้เกิดการติดตั้งที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการติดตั้งไปยังบ้านหรือตำแหน่งของผู้ใช้งานโดยตรง
ข้อสังเกต
ดูเหมือนร่างหลักเกณฑ์ของกทช. ฉบับนี้ไม่ได้ตระหนักถึงบริการเช่นนี้นัก โดยไม่มีความชัดเจนว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะสามารถอนุญาตให้ผู้ใช้งานรายย่อยติดตั้งเสาสัญญาณในบ้านหรือในบริษัทได้หรือไม่ หรือหากทำได้ จะติดกฏเกณฑ์ในเรื่องของการทำ Roaming และ MVNO ไปด้วยทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการเปิดบริการนี้จนอาจจะทำไม่ได้ในทางปฎิบัติ
ข้อเสนอแนะ
กทช. ควรเปิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้อนุญาตแก่ผู้ใช้บริการรายย่อย อนุญาตให้มีการคิดค่าบริการเป็นกรณีพิเศษเพื่อเป็นการต่างตอบแทนให้กับผู้ใช้ รวมถึงการทำให้เกิดความชัดเจนในการแบ่งปันเครือข่ายเพื่อให้ไม่เป็นการปิดกั้นบริการเช่นนี้ และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
การรับประกันความเร็ว
ร่างหลักเกณฑ์นี้มีการกำหนดคุณภาพการบริการไว้ว่า "ผู้รับใบอนุญาตจะต้องรองรับอัตราการส่งข้อมูลด้าน downlink (ความเร็วในการส่งข้อมูลผ่านอากาศจากสถานีฐานไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ) ได้ไม่น้อยกว่า 700kbps"
ข้อสังเกต
เกณฑ์นี้มีข้อน่าสังเกต 3 ประการ
- ไม่มีการกำหนดความหน่วง (latency) ของข้อมูล
- ไม่มีการกำหนดความเร็วขาขึ้น (Uplink)
- ไม่เปิดกว้างให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้บริการที่ความเร็วที่ต่ำกว่ากำหนด หากมีการตกลงไว้ล่วงหน้า
โดยทั่วไปแล้วเมื่อเราพูดถึงบริการ 3G เรามักพูดถึงบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ข้อกำหนดความเร็วฝั่ง downlink แต่เพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะให้ความสนใจต่อบริการดั้งเดิมเช่น HTTP, FTP ฯลฯ มากกว่าบริการใหม่ๆ
ขณะที่บริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับ 3G นั้นมักเป็นบริการที่ต้องการการรับประกันความหน่วง เช่น VoIP (Skype, Google Talk, SIP), หรือกระทั่ง Twitter, Instant Messaging ต่างๆ และอีกหลายบริการที่ต้องการความเร็วในการอัพโหลดที่สูงเช่น บริการถ่ายทอดสด (Qik, Twitvid, YouTube) การร่างโดยไม่กำหนดความเร็วทั้งสองรูปแบบเอาไว้เป็นการเปิดช่องให้ผู้บริการสามารถปิดกั้นบริการเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ เช่นบริการ VoIP นั้นโดยทั่วไปยอมรับความหน่วงได้ไม่เกิน 250ms ในทางปฎิบัติแล้วบริการ 3G ในไทยตอนนี้จาก TOT ก็มีความหน่วงอยู่ที่ 100-180ms เท่านั้น
อีกประเด็นหนึ่งคือการไม่เปิดให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการที่ความเร็วต่ำๆ ได้ อาจจะเป็นปัญหาที่ตกถึงตัวผู้ใช้เอง บริการเช่น TOT 3G ทุกวันนี้ไม่มีแพ็กเกจการใช้งานแบบไม่จำกัด และมีค่าใช้จ่ายต่อ MB ค่อนข้างสูง เป็นข้อจำกัดต่อบริการที่ต้องการการออนไลน์ตลอดเวลา ขณะที่บริการเหล่านี้มีจำนวนมากที่ไม่ต้องการความเร็วสูงนัก เช่นอีเมล, Instant Messaging, Social Network (Facebook), Microblogging (Twitter) ฯลฯ ผู้ให้บริการสามารถที่จะให้บริการความเร็วต่ำแต่เก็บค่าบริการต่ำมาก เช่น Sonera ในฟินแลนด์ที่เก็บค่าบริการการใช้งานแบบไม่จำกัดเพียง 4 ยูโรต่อเดือน (160 บาท) แต่ให้ความเร็วเต็มที่เพียง 40MB แรก แต่หลังจากนั้นจะจำกัดความเร็วเหลือ 64kbps การเปิดกว้างเช่นนี้ทำให้คนมีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงบริการข้อมูลในค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากได้
ข้อเสนอแนะ
ควรเปลี่ยนความเร็วในร่างหลักเกณฑ์นี้เป็นความเร็วเพื่อใช้วัดพื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุมแล้วเท่านั้น และเปิดให้ผู้ให้บริการสามารถทำความตกลงกับผู้ใช้บริการถึงความเร็ว และเงื่อนไขของการใช้บริการได้ ตามเวลาและสภาวะการใช้งานที่เปลี่ยนไป
